แม่น้ำในตำนานที่นายฮ้อยชราเคยเล่าสู่ฟังหลายปีก่อน
ได้ปรากฎแก่ลมหายใจในคราวนี้คือ "แม่น้ำของ"
"น้ำของ" ของคนพื้นถิ่นที่คนต่างถิ่นให้ชื่อมันใหม่ "แม่น้ำโขง"
นายฮ้อย "จันทร์สมุทร" คนเล่ามีชื่อคล้าย
กับชื่อคนในตำนาน "เมืองหลวง"
หรือ "เมืองหลวงพระบาง" ดินแดนแห่งศรัทธา ของเขาในครั้งกระนั้น
รวมจนผู้คนที่เดินทางมาเยือนในยุคสมัยนี้
นาย "จันทะพานิด" นายฮ้อยแห่งน้ำของคนหนึ่ง
ถ่อเรือมาตามแม่น้ำเพื่อค้าขาย
มาถึงท่าน้ำก่อนถึงปากแม่น้ำคาน
ไม่ค้ำถ่อก็ติดดินที่มีสีเหลือสะกาวขึ้นมาด้วย
ปรากฎว่าดินนั้นคือทองคำ ทองคำจริง ๆ
แต่แทนที่เขาจะเอาทองนั้นมาเป็นของตนเองเขาก็เอามัน
มาสร้างเป็นวัดที่งดงามที่สุดนั่นคือ "วัดเชียงทอง"

มาจนวันนี้ความงดงามก็มิได้จาง
เมืองหลวงพระบาง เมืองที่เต็มไปด้วยวัด
วัดประจำคุ้ม วัดประจำตระกูล วันประจำเมือง
วันประจำถนน วัดประจำซอย....แต่ไม่ได้มีแต่วัดเปล่า


เรามาถึงที่นี่ในคืนวันเพ็ญเดือนสาม เป็นบุญ ที่ได้ร่วมเอาบุญเดือนสามกับเขาด้วย
ดอกไม้ป่ามากมายคือเครืองบูชา พร้อมด้วยเทียนเวียนเกล้าเวียนหัว
เด็กน้อย ผู้เฒ่า หนุ่ม สาว ทั้งชายหญิง มาในชุดงามพร้อมผ้าเบี่ยงบ้าย
ที่เรียบงาม สุภาพ เดินทางมาสู่วัดใกล้บ้าน ฟังเทศฟังธรรม
ก่อนที่จัวน้อย(เณรน้อย) จะกระหน่ำประโคมกลองมะโหระทึก กับฆ้องดังก้องเมือง
ผู้คนนำดอกไม้ป่า และ เทียน จุดศรัทธา เวียนรอบสิม สามรอบ ใต้แสงจันทร์คืนเพ็ญ

ด้วยวัดมีมากมาย เมืองนี้เป็นเมืองท่องเที่ยว
นักท่องเที่ยวที่ยืนมุงดูความเคลื่อนไหวของคนพื้นถิ่น
มากกว่าคนพื้นถิ่นในวัดด้วยซ้ำ แต่พวกเขาก็ยังคงเวียนเทียนอย่างสงบ
เคลื่อนไหวอย่างงดงามเช่นที่พวกบรรพชนเขาเคยทำ....
ท่ามสายตาของคนแปลกถิ่น...
